Anti-Aging

Live blood Analysis (LBA)​ ( เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์เลือดจากปลายนิ้ว)

Basic Check Up​

Live blood Analysis ( LBA)คืออะไร ?

จุดประสงค์ของการตรวจคืออะไร และบ่งบอกอะไรบ้าง … ?

เป็นการตรวจวิเคราะห์เลือดสดในขณะที่เซลล์เม็ดเลือดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถบ่งบอกสภาวะทางสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยต่อ โดยสังเกตุองค์ประกอบในเลือด ได้แก่ลักษณะของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว สารตกค้าง และรูปแบบการเรียงตัวของเม็ดเลือด ทำให้ทราบถึงความเสี่ยงของโรคต่างๆได้ และแนะนำการปฏิบัติตัวเบื้องต้นให้แก่ลูกค้า

MRIT ( Molecular Resonance Imaging Technology )

นวัตกรรมล้ำยุคในการตรวจร่างกายโดยใช้การส่งข้อมูลผ่านคลื่นเสียงแล้ววัดค่าการเปลี่ยนแปลงลักษณะคลื่นที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อส่วนต่างๆเซลล์โครโมโซมและฮอร์โมนที่จำเพาะเจาะจงของแต่ละอวัยวะแต่ละเซลล์แล้วเครื่องจะแปลสัญญาณการสะท้อนที่ส่งกลับมาจากสมองนำมาแสดงผลเป็นลักษณะสุขภาพเฉพาะบุคคลระบบการวิเคราะห์โรคด้วย MRIT มีความไวสูงจึงสามารถตรวจพบความผิดปกติถึงในระดับเซลล์ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ช่วงที่ร่างกายยังไม่แสดงอาการของโรค

* เป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยง ไม่ได้ใช้ในการวินิจฉัยโรค *

Inbody (Body Composition Analysis)

​เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกายได้มากกว่า 50 ประเภทซึ่งรวมถึงน้ำโปรตีนแร่ธาตุเปอร์เซ็นต์ไขมันและภาวะโภชนาการทำหน้าที่เสมือนเครื่องตรวจสอบสุขภาพอย่างแม่นยำด้วยคลื่นไฟฟ้าขนาดต่ำ วัดความต้านทานผ่านเซลล์ต่างๆ ในร่างกายวิเคราะห์องค์ประกอบภายในร่างกายได้มากกว่า 50 ประเภทวิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างกล้ามเนื้อและไขมันวิเคราะห์ดัชนีมวลกายเปอร์เซ็นต์ไขมันวิเคราะห์ภาวะโรคอ้วน (Obesity Analysis)วิเคราะห์สุขภาพ สภาวะภายในของร่างกาย

Max Pulse (Cardiovascular & Autonomic Nervous System (ANS) Screening)

Max Pulse คือ เครื่องตรวจวัดสภาพภายในหลอดเลือดผ่านปลายนิ้ว ช่วยให้สามารถตรวจวิเคราะห์ความผันแปรของอัตราชีพจรสภาวะของเส้นเลือดระดับความเครียดอัตราเฉลี่ยการเต้นของหัวใจความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและความสมดุลของระบบประสาท

 

การตรวจสุขภาพหลอดเลือดหัวใจ

หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำงานอย่างหนักทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นเสมือนสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพ ของแต่ละบุคคลการละเลยอาการผิดปกติ จึงอาจส่งผลร้ายต่อชีวิต ได้อย่างคาดไม่ถึง

Colon Hydrotherapy​​

การสวนล้างลำไส้ใหญ่คือ

การสวนล้างลำไส้ หรือ Detox หรือ Colon Hydrotherapy คือวิธีการทำความสะอาดและกำจัดของเสียออกจากลำไส้ใหญ่ ด้วยวิธีการสวนน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิ 38 องศา เข้าสู่ทวารหนัก ทีละน้อย อย่างช้าๆ ผ่านท่อสวนขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นลำไส้ให้มีการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดการขับของเสียออกมา เหมือนการถ่ายอุจจาระปกติ การปล่อยน้ำจะทำหมุนเวียนเป็นรอบไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาที จนไม่มีอุจจาระออกและหลังจากนั้นก็จบวิธีการ

การทำโคลอน คือวิธีการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ด้วยวิธีทางธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากการใช้ยาถ่ายอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะเป็นการขับของเสียเฉพาะครั้งนั้นยังเป็นการฟื้นฟูและฝึกฝน การทำงานของลำไส้ใหญ่ ให้มีประสิทธิภาพและแข็งแรงจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่แท้จริง

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

การรับประทานอาหาร พวกเนื้อสัตว์ ไขมัน และคาร์โบไฮเดรรต เช่น แป้งขัดสี อาหารมีกากใยน้อย ทำให้การทำงานของลำไส้ไม่ดี และการมีของเสียตกค้างในลำไส้ เป็นการสะสมสารพิษ และยังเป็นอุปสรรคต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รวมทั้งการดูดซึมสารอาหารที่ดีของลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยเรื้อรังบางประการ ดังนั้น การทำโคลอน จึงสามารถป้องกัน และบรรเทาอาการของโรคต่างๆดังนี้

กลุ่มอาการโรคภูมิต้านทาน

- โรคภูมิแพ้

- โรคหอบหืด

- โรคลมพิษ ผื่นแพ้

- ภาวะภูมิต้านทานต่ำ

- โรคภูมิต้านทานไวเกิน

- รูมาตอยด์ SLE

กลุ่มโรคทางเดินอาหาร   

- ท้องผูก 

- โรคลำไส้ระคายเคือง

- ลำไส้ใหญ่อักเสบ 

- ท้องอืดท้องเฟ้ออาหารไม่ย่อย     

- อาการมีกลิ่นปาก ลิ้นเป็นฝ้า แผลในปาก

- ริดสีดวงทวาร   

กลุ่มโรคความเสื่อมของร่างกาย

- ผิวพรรณเหี่ยวย่น แห้ง ไม่สดชื่น

– โรคข้อเสื่อม

- โรคมะเร็ง

- ปวดศีรษะ ไมเกรน เครียดนอนไม่หลับ

ข้อควรทราบก่อนเข้ารับบริการ

  • 2 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการทำโคลอน ควรทานอาหารเบาและงดอาหาร 2 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
  • หลังทำโคลอน ภายใน 10-15 นาที อาจมีอาการปวดอุจจาระ 1-2 ครั้งจึงไม่ควรเดินทางในช่วงนี้
  • ระหว่างทำโคลอน ท่านจะมีอาการปวดท้องเป็นพักๆ ตามจังหวะการปล่อยน้ำเข้า แต่จะไม่มีอาการเจ็บปวดที่เกินกว่าปกติของการขับถ่าย
  • บุคคลที่มีปัญหาเรื่อง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ได้รับการผ่าตัดช่องท้องมาก่อน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ

 

ผลข้างเคียงของการทำโคลอน

  • อาจมีอาการอ่อนเพลียหลังทำ แต่ไม่มาก เพียงแค่ดื่มเกลือแร่ หรือซุป ก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น

Emowave​

ค้นหาตัวตน และเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวคุณ ใครบอกว่า อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด เป็นสิ่งที่วัดไม่ได้  emowave ก้าวสู่วิวัฒนาการเทคโนโลยี ของการถอดรหัสคลื่นสมอง ด้วยการค้นพบล่าสุดของ dr.dickson ที่สามารถถอดรหัสคลื่นสมองจากเสียงพูด จากการค้นพบว่าคำพูดที่เราเปล่งเสียงออกมา ในคลื่นเสียงนั้นจะมีคลื่นความถี่ของคลื่นสมองออกมาด้วย ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถวัดคลื่นความถี่ของสมองที่ปนมากับคลื่นเสียง แล้วนำไปถอดรหัสทางความคิด ด้วยการนำองค์ความรู้ด้าน  ประสาทวิทยาศาสตร์ (neuroscience),  จิตวิทยา (Psychology), พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral science), ชีววิทยาศาสตร์ (Bioscience) และ ดนตรีศาสตร์ (music science) มาผสานเข้าด้วยกันในการถอดรหัสคลื่นสมอง เป็นมิติด้านต่างๆ ได้แก่

  • ระดับความเครียดทางจิตใจ
  • ลักษณะนิสัยของแต่ละบุคคล
  • อารมณ์ความรู้สึกที่ปรากฎบ่อย
  • มุมมอง แนวความคิด ของแต่ละคน
  • ประสาทสัมผัสในการรับรู้โลกภายนอก
  • ระดับการทำงานของสมองซีกซ้าย-ขวา ในการใช้ตรรกะ และความคิดสร้างสรรค์
  • พฤติกรรมที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณ ผ่านลักษณ์ทั้ง 9 แบบ ได้แก่

- คนเนี้ยบ สมบูรณ์แบบ (perfectionist)

- ผู้ให้ (helper)

- ผู้ใฝ่สัมฤทธ์ ผู้ชนะ (winner)

- คนโศกซึ้ง (romantic)

- นักสังเกตการณ์ (observer)

- นักปุจฉา (loyalist)

- นักผจญภัย (adventure)

- ผู้กล้ารักษาสิทธิ์ เจ้านาย (boss)

- ผู้ประสานไมตรี (mediator)

จักระทั้ง 7 ที่บอกคุณสมบัติของตัวเองได้แก่

- เป้าหมายในชีวิต (Passion, purpose) 

- ความเชื่อมั่นในตนเอง (self- believe) 

- ความรอบรู้ในตนเอง (self-knowledge)

- การให้ความสำคัญระหว่างตนเองกับผู้อื่น (self-development)

- ความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem)

- ความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องเงิน (self-management)

- ความรู้สึกมั่นคงในชีวิต  (foundation)

แค่เสียงพูดก็บอกความเป็นตัวตนของคุณได้ จะดีแค่ไหนถ้าเรารู้จักตัวเอง รู้ทันตัวเองมากขึ้น เพราะการที่เรารู้จักข้อดีข้อด้อยของตัวเอง จะสามารถช่วยให้เราพัฒนาตนเอง และเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเองได้ง่ายขึ้น และยังสามารถช่วยเปิดมุมมองของเราให้เข้าใจคนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการสานความสัมพันธ์ ระหว่างคนรอบข้าง คนรักและคนในครอบครัว ให้เข้าใจซึ่งกันและกันเพิ่มการพัฒนาศักยภาพให้สมอง ส่งเสริมบุคลิกภาพ และความก้าวหน้าให้ชีวิต

 

นอกจากเทคโนโลยีการถอดรหัสสมองแล้ว emowave ยังสามารถใช้พัฒนาศักยภาพของบุคคลได้อีกด้วย ด้วยการทำดนตรีบำบัดเฉพาะบุคคล ที่เรียกว่า emopill ซึ่งเป็นการนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ของ emowave ไปพัฒนาเป็นคลื่นดนตรีที่ใช้เหนี่ยวนำการทำงานของสมอง เรียกว่า brain entrainment ช่วยให้สมองเกิดการพัฒนา มีการเชื่อมต่อเส้นประสาท ที่เรียกว่า neuroplasticity ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้ใหม่ และมีการประสานการทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยทำให้เกิดการพัฒนาสมอง  ทั้งด้าน บุคลิกภาพ วิสัยทัศน์ การเรียนรู้ ความเป็นผู้นำ ความภาคภูมิใจและความมั่นใจในตนเอง ความจำ การปรับสมดุลอารมณ์และ

H.O.T​

(Hematogenous Oxygeneration Therapy)

H.O.T คือการนำเลือดออกมาประมาณ 50-80 ซีซี ในขวดที่ป้องกันเลือดแข็งตัว จากนั้นจะใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์เป็นตัวพาให้เลือดให้เรียงตัวเป็นโฟมและผ่านแสง (UVC Spectrum) กระบวนการนี้จะทำให้เลือดเกิดปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่สำคัญขึ้น เปลี่ยนเลือดสีดำให้เป็นเลือดสีแดงและมีพลัง แล้วหยดเลือดกลับเข้ามาในร่างกาย

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • เพิ่มออกซิเจนให้เลือด และเนื้อเยื่อ
  • ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น
  • ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
  • ทำให้เลือดเป็นกรดลดลง

PRP Therapy ​

(Platelets – Rich Plasma)

เกล็ดเลือดที่อุดมไปด้วยพลาสมาบำบัดได้รับการรับรองตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990 ที่หลายๆคนยังไม่รู้ถึงประโยชน์ ของการรักษาด้วยวิธีนี้หลากหลายสาขาต่างๆ ทางการแพทย์ ประกอบไปด้วย ความหนาแน่นของประสาท การรักษาบาดแผล การศัลยกรรมกระดูก เพียงแค่เริ่มต้นสัมผัสการรักษาด้วยวิธีนี้ เราก็จะทราบถึงผลประโยชน์ต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษาบำบัดด้วยวิธีนี้

PRP ที่อุดมไปด้วยพลาสมาบำบัด คืออะไร

คือ การฉีดให้ความเข้มข้นสูงของเกล็ดเลือดภายนอกเซลล์ที่อุดมไปด้วยพลาสมา ไปยังพื้นที่ ที่ได้รับการบาดเจ็บเพื่อทำความเข้าใจคุณค่าของการบำบัดรักษา ด้วยการฉีดให้ความเข้มข้นสูงของเกล็ดเลือดที่อุดมไปด้วยพลาสมา เราจำเป็นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเลือดก่อน ซึ่งเลือดจะประกอบด้วย พลาสมา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดเมื่อเราได้รับการบาดเจ็บ เกล็ดเลือดจะช่วยสร้างและฟื้นฟูเนื้อเยื่อใหม่ และช่วยในการหยุดเลือด เพราะเกล็ดเลือด มีบทบาทสำคัญในการรักษาเนื้อเยื่อ ความเข้มข้นสูงของเกล็ดเลือด ยังช่วยเพิ่มกระบวนการบำบัดรักษาบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บโดยตรง

ผลประโยชน์ทางสรีระวิทยา ได้แก่ 

  • เพิ่มการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ (เส้นเอ็น เอ็น เนื้อเยื่อ)
  • ช่วยลดอาการอักเสบ
  • ช่วยลดความเจ็บปวด
  • ช่วยเพิ่มคอลลาเจน (ส่วนฐานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน)
  • ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูก
  • ช่วยเพิ่ม angiogenesis (การพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดใหม่)

เอกสารอ้างอิง

ผลการศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารอเมริกันเวชศาสตร์การกีฬา 2006 ครั้งประสิทธิผลของการรักษาด้วยวิธี PRP ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดข้อศอกเรื้อรัง ในผู้ป่วย 15 คนที่ได้รับการบำบัดด้วยวิธีนี้ ผลการจัดทำเอกสารพบว่ามีผลการรักษาที่ดีขึ้น 60% ใน 8 สัปดาห์ 81% ใน 6 เดือน และ 93 % ใน 12-18 เดือน และไม่มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่พบในรายงาน

Bach's Flower​

(Bach Flower Remedies)

โดย พลอยชมพู, นพ.อธิวัฒน์ พรศิริวิวัฒน์

โรคซึมเศร้า ความทุกข์ ความเครียด และอาการเจ็บป่วยทั้งหลายส่งผลให้เกิดโรคทางใจโดยในช่วง 10 ปีมานี้ คนไทยมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นทำให้ปัญหาสุขภาพจิตที่เคยเป็นภัยเงียบ เริ่มส่งเสียงดังให้สังคมหันมาใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น และกระตุ้นให้เราเริ่มตระหนักถึงมหันตภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ภายใน

ความตื่นรู้ของสังคมกระตุ้นให้เราเริ่มสังเกตตัวเองมากขึ้น จนนำไปสู่การเยียวยาจิตใจซึ่งมีหลายวิธีการ เช่น การรักษาด้วยการกินยา ปรึกษาจิตแพทย์ และอีกหนึ่งศาสตร์ที่มุ่งเน้นการรักษาจิตใจโดยเฉพาะ คือ Bach Flower Remedies

หากเอ่ยถึง “บุปผชาติบำบัด” คงเป็นคำแปลกใหม่สำหรับคนไทยหลายคน แต่ในนานาประเทศ Bach Flower Remedies หรือการบำบัดด้วยน้ำดอกไม้เป็นที่รู้จักและนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ให้ผลการรักษาที่ดี มีประสิทธิภาพสูง ที่สำคัญไม่มีผลกระทบด้านลบใดๆ บุปผชาติบำบัดจึงการกลายเป็นการรักษาทางเลือกที่หลายคนต้องการ

รู้จักที่มา

Bach Flower เกิดขึ้นจากความอุตสาหะและการวิจัยของ Dr. Edward Bach แพทย์ชาวอังกฤษ ท่านเกิดที่ Moseley ในปี ค.ศ. 1886 จบการศึกษาจากUniversity Collage Hospital in London ในปี ค.ศ.1912และเป็นแพทย์ประจำ ณ โรงพยาบาลดังกล่าว

Dr. Bach ได้เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพที่ ถนน Harley และเป็นหัวหน้างานวิจัยทางด้าน immunology (ภูมิคุ้มกันวิทยา) และ Bacteriologist (นักแบคทีเรียวิทยา) ที่ University Collage Hospital ในปี ค.ศ.1919 Dr.Bach ได้เริ่มงานทางด้าน Pathologist (นักพยาธิวิทยา) และBacteriologist (นักแบคทีเรียวิทยา)

Dr. Edward Bach, MB, BS, DPH
ที่มาภาพ: www.bachcentre.com​

Dr.Bach สนใจศึกษาทางด้านอารมณ์และบุคลิกภาพของมนุษย์ และเริ่มนำพืชชนิดต่างๆมาค้นคว้าที่ห้องวิจัย จนกระทั่ง ค.ศ.1930 ท่านตัดสินใจออกเพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดในการค้นคว้า จนเกิดเป็น Bach Flower Remedies หรือ บุปผชาติบำบัด​

ค.ศ.1934 Dr.Bachก่อตั้งศูนย์ Bach Centreที่Mount Vernonในหมู่บ้านOxfordshire village อันเป็นสถานที่ดำเนินงานทางด้านการวิจัยและรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีบุปผชาติบำบัด ณ ปัจจุบันศูนย์ Bach Center Mount Vernon ประเทศอังกฤษ เป็นศูนย์กลางในการผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านบุปผชาติบำบัดและพัฒนาจนเกิดศูนย์ Bach Center กว่า 50 ประเทศทั่วโลก

Bach Centre, Mount Vernon

ที่มาภาพ: http://virtuebirthheart.blogspot.com/2012/08/the-bach-center.html

รู้จักบุปผชาติบำบัด

บุปผชาติบำบัด เป็นการรักษาโดยการปรับสมดุลทางจิตใจในระดับจิตสำนึก  Dr.Bach ทำการศึกษาทางด้านอารมณ์และบุคลิกภาพของมนุษย์พบว่าสภาพจิตใจมีผลต่อการเจ็บป่วยทางร่างกาย การปรับสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุลนอกจากจะนำมาซึ่งความสงบภายในจิตใจแล้วยังเป็นการรักษาโรคอีกทางหนึ่งด้วย

 

ยกตัวอย่างการเปรียบเทียบชั้นต่างๆของหัวหอม กับอารมณ์ของบุคคลหนึ่งที่มีนิสัยขี้เกรงใจทำให้คนอื่นจนเหมือนคนรับใช้ จนมีผลกระทบและแสดงออกทางอารมณ์เป็นชั้นๆ ดังนั้น ลักษณะภายนอกที่บุคคลนี้ที่แสดงให้คนอื่นเห็นคือการเป็นคนที่ขี้อิจฉา ชอบกล่าวโทษคนอื่น

ที่มาภาพ: http://ivyleagueinsecurities.com/2011/09/like-an-onion/

7 กลุ่มอารมณ์กับ 38 Remedies

Dr.Bach แบ่งอารมณ์มนุษย์ออกเป็น 7 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มใช้บุปผชาติบำบัดแตกต่างกัน โดยเป็นสารสกัดจากน้ำดอกไม้ 37 ชนิดและน้ำจากแหล่งธรรมชาติ 1 ชนิด รวมเป็น 38 ชนิด เรียกว่า 38 Remediesได้แก่

1. ความกลัว (Fear)

- Mimulus                     รู้ว่ากลัวอะไร

- Aspen                       สังหรณ์ใจ ไม่รู้กลัวสิ่งไหน

- Red Chestnut              ใจแม่ห่วงเมื่อลูกอยู่แสนไกล

- Cherry Plum                ไร้ซึ่งการควบคุมตน

- Rock Rose                  เปลี่ยนจากคนกลายเป็นหิน

 

2. ความไม่มั่นใจ (Uncertainty)

- Cerato                       ชอบถามคนอื่น เพราะลังเล

- Scleranthus                 A หรือ B เลือกสิ่งไหน

- Gentian                     สงสัยการเริ่มใหม่หมดกำลังใจ

- Gorse                        ยอมแพ้ไปคิดว่าไร้น้ำยา

- Hornbeam                  เหนื่อยหน่าย จิตใจอ่อนล้า

- Wild Oat                   มีปัญหาไม่รู้จุดมุ่งหมายในชีวิต

 

3. ไม่อยู่กับปัจจุบัน (Not sufficient in present circumstances)

- Clematis                     คิดถึงอนาคตแสนหวาน

- Honeysuckle               หมกมุ่นวันวานไม่หวนกลับ

- Wild Rose                   ไร้แรงขับ ใช้ชีวิตไปวันๆ

- Olive                         สำหรับวันที่อ่อนเพลีย

- White Chestnut            วนเวียนคิดอยู่ในหัว

- Mustard                     ฟ้าสลัวเศร้าทันใด

- Chestnut Bud               ทุกข์ซ้ำร่ำไป ไร้การเรียนรู้

4. ความเหงา โดดเดี่ยว (Loneliness)

- Water Violet               ชอบสันโดษ อาจดูเหมือนคนหยิ่ง

- Impatiens                   ไม่อยู่นิ่งชอบเร่งรีบ รวดเร็วหนา

- Heather                     พูดตลอดจนคนเอือมระอา เป็นที่มาของความเหงาทั้ง 3 เอย....


5. ไวต่อสิ่งเร้าและความคิดมากเป็นพิเศษ (Over-sensitivity to influences and idea)

- Agrimony                    จิตกังวลแต่ยังคงยิ้มสดใส

- Centaury                     คอยรับใช้คนอื่นไม่ฝืนหนี

- Walnut                       เปลี่ยนแผนฉับพลันในทันที

- Holly                          มีความเกลียดชังใส่ศัตรู

 

6. ความท้อแท้หรือสิ้นหวัง (Despondency or Despair)

- Larch                          ทำอะไรก็คงต้องล้มเหลว

- Pine                           ฉันมันเลว ฉันมันผิดอยู่เสมอ

- Elm                            ฉันทำได้ทุกอย่าง จนแทบเบลอ

- Sweet Chestnut            คงไม่เจอความหวัง หมดอาลัย

- Star of Bethlehem          เหตุการณ์ร้ายยังคงหลอกหลอนอยู่

- Willow                        หดหู่ใจเพราะคนอื่นทำร้ายฉัน

- Oak                           นอกแกร่ง ข้างในกลวง เหนื่อยทุกวัน

- Crab Apple                  เกลียดตัวฉัน ไม่พอใจสิ่งที่มี

 

7. การใส่ใจต่อสวัสดิภาพของคนอื่น หรือสิ่งอื่นมากเกินไป (Over-care for the welfare of other)

- Chicory                       ฉันรักเธอ เธอต้องรักฉันตอบ

- Vervain                       ชอบชักจูงฝูงชนคล้อยตามฉัน

- Vine                           บังคับ จิก สั่ง ได้ทุกวัน

- Beech                         กระสันชอบติเตียน พูดร่ำไป

- Rock Water                 ไซร้บังคับตนตามแบบแผน ไม่เว้นวัน

ข้อควรปฏิบัติขณะบำบัดด้วยบุปผชาติ

1. รับประทานยาตามกำหนดที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

2. หมั่นสังเกตอารมณ์ และพฤติกรรมของตนเอง เรียนรู้ ยอมรับและเข้าใจ

3. Dr.Bach มักเน้นการรักษาด้วยบุปผชาติบำบัดว่า “Simplicity” คือ ทำทุกอย่างให้ง่าย ในการกินยาหากตรงตามจำนวนที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด ถือว่าได้ผล

แม้บุปชาติบำบัดจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทยแต่เป็นทางเลือกใหม่แห่งการรักษา ด้วยกระบวนการที่เรียบง่าย ปลอดภัย และได้ประสิทธิภาพสูง Bach Flower Remedies จึงเป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย​

องค์ประกอบในเลือดและการเรียงตัวรวมถึงคุณภาพเม็ดเลือด สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามลักษณะการดำเนินชีวิต อาหารที่รับประทาน รวมถึงการได้รับการรักษาที่ตรงจุด เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ การเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อวิเคราะห์ผล ควรทำเดือนละหนึ่งครั้ง หรือมากกว่านั้นตามแพทย์สั่งในกรณีคนไข้ที่ต้องการติดตามผลอย่างใกล้ชิด

 

ต้องเตรียมตัวก่อนมาตรวจอย่างไรบ้าง

การเจาะเลือดปลายนิ้วเป็นการวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพเบื้องต้น เป็นการดูถึงสภาวะปัจจุบันของคนไข้ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชีวิต ตั้งแต่การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ไปจนถึงการพักผ่อน ดังนั้นควรทำการตรวจในสภาวะปกติของคนไข้ ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืองดอาหาร ซึ่งผลการตรวจเบื้องต้นนี้เราสามารถแนะนำคนไข้ในเรื่องต่างๆ และชี้ให้เห็นปัญหาที่มาจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่นการรับประทานอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาลมากเกินไป หรือคนไข้ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอขึ้น

สิ่งที่ LBA บ่งบอก ได้แก่

  1. การกระจายตัวของเม็ดเลือดแดง บ่งบอกถึงสภาวะการย่อยและการดูดซึม
  2. สารตกค้างในเลือด บ่งบอกถึงการสะสมของไขมัน โปรตีน และปัญหาของตับ สารพิษโลหะหนัก
  3. ลักษณะและคุณภาพของเม็ดเลือดแดง บ่งบอกถึงสภาวะ การขาดวิตามินและเกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายรวมถึงความไม่สมดุลของฮอร์โมน
  4. ระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งดูได้จากคุณภาพของเม็ดเลือดขาว และแบคทีเรียในน้ำเลือด

มีข้อดีอย่างไรบ้าง และ ต่างกับการตรวจในโรงพยาบาลอย่างไร ...?

  1. LBA จัดเป็นการตรวจป้องกันโรคเพื่อดูแลสุขภาพคนไข้ได้อย่างแท้จริง กล่าวคือใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคอันเกิดจากพฤติกรรมของคนไข้ก่อนจะเกิดตัวโรคขึ้นจริง
  2. ผลการวิเคราะห์ที่ได้ครอบคลุมทุกระบบในร่างกาย จึงจัดเป็นการดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งนี้แพทย์สามารถใช้ผลการวิเคราะห์นี้เพื่อการวินิจฉัยการเกิดโรคโดยร่วมกับการสั่งตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการหรือการตรวจทางคลินิก
  3. ไม่ต้องงดน้ำ
  4. งดอาหารก่อนตรวจ

จิตใจ การนอนหลับ ช่วยลดความเครียดและคลายกังวล ทำให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็วขึ้น  สามารถใช้ร่วมรักษาโรคได้ในหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคอัมพฤตอัมพาต โรคเด็กสมาธิสั้น  โรคออทิสติก เด็กพัฒนาการช้า โรคอัลไซเมอร์ โรคนอนไม่หลับ ภาวะเครียด หรือแม้กระทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนหนังสือ

Emowave ไม่เพียงแต่ช่วยค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคุณ แต่ยังช่วยคุณค้นหาและพัฒนาศักยภาพในตัวคุณให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเพิ่มศักยภาพในตนเองในการทำงาน การเรียน หรือการสานสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อย่าปิดกั้นตนเองอีกเลย emowave ช่วยคุณได้

นักกีฬาระดับโลกหลายคน ยอมรับการรักษาบำบัดด้วยพลาสมา เช่น เมื่อเร็วๆนี้ Tiger Wood ประสบความสำเร็จจากการรักษาวิธี PRP ในหัวเข่าข้างซ้ายของเขา หลังจากเขาได้รับการผ่าตัด และ L.A. Dodgers Pitcher Takashi Saito เขาสามารถกลับมายังรอบตัดเชือก ในปี 2008 ได้ นี่เป็นผลของการบำบัดด้วยวิธี PRP เพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น​

ปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็น

การบาดเจ็บที่เส้นเอ็นมักจะกลายเป็นปัญหาที่เรื้อรัง เพราะปริมาณการไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอ นักกีฬาและผู้คนที่ใช้แรงงาน มักจะมีปัญหาเหล่านี้และบางครั้งเกือบจะทุกอาชีพ หรืองานอื่นๆ ก็อาจเกิดปัญหาอาการบาดเจ็บเหล่านี้ ได้ การฉีด PRP นี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ลดอาการบาดเจ็บตรงจุดอย่างรวดเร็วและถ้าเน้นไปยังพื้นที่ของการบาดเจ็บ ซึ่งจะช่วยให้สามารถรักษาอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

กระบวนการ

เพียงแค่นำเลือดออกจากร่างกายของผู้ป่วยเองอย่างระมัดระวัง และทำให้บริสุทธิ์ด้วยเครื่องพิเศษในการผลิตพลาสมาเข้มข้นที่อุดมไปด้วยเกล็ดเลือด พลาสมาเหล่านี้จะถูกฉีดเข้าไปในบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บ  เป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและใช้เวลาน้อยมาก นอกจากนี้ยังปลอดภัย เพราะเกล็ดเลือดได้มาจาก เลือดของตัวผู้ป่วยเอง จึงไม่มีความเสี่ยงของการปฏิเสธ หรือปฏิกิริยาต่อต้าน

มนุษย์เราตั้งแต่เกิดจนตายผ่านเหตุการณ์แต่ละช่วงวัยที่แตกต่างกัน สภาวะแวดล้อม สภาพสังคมและปัจจัยหลายด้านมีผลต่อสภาพจิตใจจนเกิดเป็นอารมณ์ ลักษณะนิสัยหรือแม้กระทั่งบุคลิกภาพ อาจกล่าวได้ว่าแต่ละบุคคลมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นสภาพจิตใจของแต่ละคนจึงเป็นปัจเจก

 

Dr.Bachเปรียบเทียบจิตใจของคนกับ “หัวหอม” คือมีการแบ่งเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นคืออารมณ์ ลักษณะนิสัยและความนึกคิดที่หลากหลาย พอกพูนจนคลุมทับจิตของเราและก่อให้เกิดการขาดความสมดุลในที่สุด การรักษาจึงต้องค่อยๆ “ปอกหัวหอม” ออกที่ละชั้นตามขั้นตอนอย่างมีระบบเพื่อค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเราแล้วจึงปรับตัวตนหรือจิตใจสู่ความสมดุล ดังนั้น แต่ละขั้นตอนจึงจำเป็นต้องใช้เวลา ความอดทนและการทำงานอย่างมีระบบสอดประสานกันการรักษาโดยบุปผชาติบำบัดจึงควรอยู่ภายใต้ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมและรับรองจาก Bach Centerประเทศอังกฤษ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด

H.O.T เหมาะกับใคร … ?

  • บุคคลที่มีอาการอ่อนเพลีย ขาดออกซิเจน
  • โรคความเสื่อม และโรคเรื้อรังของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ข้อ
  • โรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง SLE
  • โรคจากการติดเชื้อทุกประเภท เช่น เชื้อไวรัส เชื้อรา และ การติดเชื้ออื่นๆ

ข้อควรทราบก่อนเข้ารับบริการ

  • ควรได้รับการตรวจประเมินร่างกายจากแพทย์
  • บุคคลที่มีปัญหา โรคเลือดออกจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยแพ้แสงอาทิตย์ ผู้ป่วยในขณะไทรอยด์เป็นพิษ และในขณะกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลันไม่ควรทำ​

Live blood Analysis (LBA)​ 

(เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์เลือดจากปลายนิ้ว)

Live blood Analysis ( LBA)คืออะไร.. ?

จุดประสงค์ของการตรวจคืออะไร

และบ่งบอกอะไรบ้าง.. ?

เป็นการตรวจวิเคราะห์เลือดสดในขณะที่เซลล์เม็ดเลือดยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถบ่งบอกสภาวะทางสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยต่อ โดยสังเกตุองค์ประกอบในเลือด ได้แก่ลักษณะของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว สารตกค้าง และรูปแบบการเรียงตัวของเม็ดเลือด ทำให้ทราบถึงความเสี่ยงของโรคต่างๆได้ และแนะนำการปฏิบัติตัวเบื้องต้นให้แก่ลูกค้า

MRIT

(Molecular Resonance Imaging Technology)

1. ความกลัว (Fear)

- Mimulus          รู้ว่ากลัวอะไร

- Aspen            สังหรณ์ใจ ไม่รู้กลัวสิ่งไหน

- Red Chestnut   ใจแม่ห่วงเมื่อลูกอยู่แสนไกล

- Cherry Plum     ไร้ซึ่งการควบคุมตน

- Rock Rose       เปลี่ยนจากคนกลายเป็นหิน

 

2. ความไม่มั่นใจ (Uncertainty)

- Cerato           ชอบถามคนอื่น เพราะลังเล

- Scleranthus      A หรือ B เลือกสิ่งไหน

- Gentian          สงสัยการเริ่มใหม่หมดกำลังใจ

- Gorse            ยอมแพ้ไปคิดว่าไร้น้ำยา

- Hornbeam       เหนื่อยหน่าย จิตใจอ่อนล้า

- Wild Oat         มีปัญหาไม่รู้จุดมุ่งหมายในชีวิต

 

3. ไม่อยู่กับปัจจุบัน

(Not sufficient in present circumstances)

- Clematis             คิดถึงอนาคตแสนหวาน

- Honeysuckle        หมกมุ่นวันวานไม่หวนกลับ

- Wild Rose           ไร้แรงขับ ใช้ชีวิตไปวันๆ

- Olive                 สำหรับวันที่อ่อนเพลีย

- White Chestnut     วนเวียนคิดอยู่ในหัว

- Mustard              ฟ้าสลัวเศร้าทันใด

- Chestnut Bud        ทุกข์ซ้ำร่ำไป ไร้การเรียนรู้

4. ความเหงา โดดเดี่ยว (Loneliness)

- Water Violet  ชอบสันโดษ อาจดูเหมือนคนหยิ่ง

- Impatiens      ไม่อยู่นิ่งชอบเร่งรีบ รวดเร็วหนา

- Heather        พูดตลอดจนคนเอือมระอา เป็นที่มาของความเหงาทั้ง 3 เอย....


5. ไวต่อสิ่งเร้าและความคิดมากเป็นพิเศษ

(Over-sensitivity to influences and idea)

- Agrimony          จิตกังวลแต่ยังคงยิ้มสดใส

- Centaury           คอยรับใช้คนอื่นไม่ฝืนหนี

- Walnut             เปลี่ยนแผนฉับพลันในทันที

- Holly                มีความเกลียดชังใส่ศัตรู

 

6. ความท้อแท้หรือสิ้นหวัง

(Despondency or Despair)

- Larch                ทำอะไรก็คงต้องล้มเหลว

- Pine                 ฉันมันเลว ฉันมันผิดอยู่เสมอ

- Elm                   ฉันทำได้ทุกอย่าง จนแทบเบลอ

- Sweet Chestnut    คงไม่เจอความหวังหมดอาลัย

- Star of Bethlehem เหตุการณ์ร้ายยังคงหลอกหลอนอยู่

- Willow              หดหู่ใจเพราะคนอื่นทำร้ายฉัน

- Oak                 นอกแกร่ง ข้างในกลวง เหนื่อยทุกวัน

- Crab Apple        เกลียดตัวฉัน ไม่พอใจสิ่งที่มี

 

7. การใส่ใจต่อสวัสดิภาพของคนอื่น หรือสิ่งอื่นมากเกินไป (Over-care for the welfare of other)

- Chicory             ฉันรักเธอ เธอต้องรักฉันตอบ

- Vervain             ชอบชักจูงฝูงชนคล้อยตามฉัน

- Vine                บังคับ จิก สั่ง ได้ทุกวัน

- Beech              กระสันชอบติเตียน พูดร่ำไป

- Rock Water      ไซร้บังคับตนตามแบบแผน ไม่เว้นวัน

Acupuncture​

ฝังเข็ม เป็นศาสตร์การรักษาโรคที่พัฒนามาจากการแพทย์จีนโดยมีการค้นคว้าวิจัยจนปัจจุบันเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ทั่วโลก ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (NIH) รวมทั้งการสาธารณสุขของไทยต่างก็ได้รับรองว่าเวชกรรมฝังเข็มเป็น “การแพทย์ทางเลือก” ในการรักษาโรคที่สำคัญแขนงหนึ่ง

วิธีการรักษา

แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กปักลงบนผิวตำแหน่งต่างๆของร่างกายซึ่งเป็น “จุดฝังเข็ม” แล้วกระตุ้นด้วยมือ หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าร่วมด้วย แพทย์จะกระตุ้นเข็มนานประมาณ 20-30 นาที จากนั้นจึงถอนเข็มออกโดยที่ผู้ป่วยอาจจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและไม่มีเข็มฝังค้างอยู่ในร่างกายแต่อย่างใด

โดยทั่วไปแล้วจะกระตุ้นวันละ 1 ครั้ง ประมาณสัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง (แล้วแต่ชนิดโรค) และทำการรักษาติดต่อกันประมาณ 5-10 ครั้ง (แล้วแต่สภาพโรค) นอกจากนี้แล้ว ในบางกรณีอาจมีวิธีการักษาแบบอื่นๆร่วมด้วย เช่น การเคาะเข็มผิวหนัง การติดเข็มและเม็ดแม่เหล็กกระตุ้นจุดบนใบหู การครอบกระปุกดูด และการรมยาสมุนไพร

เวชกรรมฝังเข็มเมาะสำหรับรักษาโรคอะไรบ้าง ?

  • การฝังเข็มมีฤทธิ์รักษาโรคกว้างขวางมาก สามารถใช้รักษาโรคในร่างกายได้ทุกระบบ ที่สำคัญได้แก่ 
  • โรคทางระบบประสาท เช่น อัมพาต อัมพฤกษ์ อัมพาตของเส้นประสาท เฉพาะที่สมองเสื่อม ไขสัน
  • หลังอักเสบหรือบาดเจ็บ ปวดศีรษะไมเกรน ปวดเส้นประสาทต่างๆ โรคเหน็บชา อาการสั่นกระตุก เวียนศีรษะ เป็นต้น
  • โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและข้อกระดูก เช่น ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดศอก ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเข่า ปวดข้อมือข้อเท้า ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม เอ็นและกล้ามเนื้ออักเสบ หมอนรองกระดูกหรือกระดูกสันหลังเสื่อมกดทับเส้นประสาท โรคนิ้วล็อค โรคไหล่ติด โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น
  • โรคภูมิแพ้ เช่นภูมิแพ้จมูก หอบหืด ผื่นแพ้เรื้อรัง เป็นต้น
  • นอกจากนี้ การฝังเข็มยังรักษาโรคอื่นๆได้อีกมากมาย เช่น กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง โรคประสาทลำไส้แปรปรวน กรดกระเพาะอาหารไหลย้อน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปวดประจำเดือน กลุ่มอาการหมดประจำเดือน หูตึงมีเสียงดังในหู เป็นต้น
  • การฝังเข็มยังสามารถใช้บำรุงสุขภาพให้แก่ผู้ที่ยังไม่เจ็บป่วยได้อีกด้วย เช่นกระตุ้นภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ปรับการทำงานของสมองและระบบประสาท ช่วยให้ผ่อนคลาย ชะลอความจำเสื่อม ชะลอรอยเหี่ยวย่นของใบหน้า เป็นต้น

เวชกรรมฝังเข็มปลอดภัยแค่ไหน?

การฝังเข็มจะทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมมาโดยเฉพาะ จึงเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง โดยทั่วไปแล้วการฝังเข็มจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆต่อโรคที่ป่วยเป็นอยู่เดิม สามารถใช้การฝังเข็มรักษาควบคู่ไปกับการรักษาทั้งการแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนโบราณอื่นๆ เข็มที่ใช้รักษาจะเป็นเข็มใหม่แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อระหว่างบุคคลได้ปลอดภัยที่สุด 

Ozone Therapy    ​

การบำบัดด้วยโอโซน (Ozone Therapy) ถูกค้นพบโดยนักเคมีชาวเยอรมันชื่อ Christian Frederick Schonbein ในปี ค.ศ.1840 แรกเริ่มมีการใช้โอโซนในการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดห้องผ่าตัด และฆ่าเชื้อโรคในน้ำดื่ม ต่อมาโอโซนใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ โดยการดึงเลือดของผู้ป่วยออกมาประมาณ 10 cc แล้วใส่โอโซนให้กับเลือด แล้วจึงนำกลับเข้าไปที่กล้ามเนื้อสะโพก (Auto Vaccine) โดยพบว่าการรักษาได้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการทำโอโซนบำบัดในปัจจุบัน

การรักษาด้วยโอโซนหรือโอโซนบำบัดคือการนำโอโซนทางการแพทย์ที่มีความบริสุทธิ์และปลอดภัยมาใช้ในการรักษาโรคและเสริมสร้างสุขภาพช่วยกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายเพิ่มภูมิต้านทานและช่วยชะลอการเสื่อมของร่างกายคุณสมบัติของโอโซนยังสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียเชื้อไวรัส

ภาวะที่สามารถใช้โอโซนในการรักษาได้แก่

  • ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง
  • อาการปวดเรื้อรัง
  • ปวดไมเกรน 
  • Office syndrome 
  • โรคภูมิแพ้เรื้อรัง
  • โรคเกี่ยวกับภูมิต้านทานผิดปกติ
  • โรคข้ออักเสบ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • โรคเกี่ยวกับการไหลเวียนของหลอดเลือดผิดปกติ
  • โรคหลอดเลือดสมองตีบ
  • ภาวะหลังการเกิด stroke
  • หลอดเลือดส่วนปลายตีบจากโรคเบาหวาน
  • มะเร็งเป็นการรักษาร่วม
  • โรคหอบหืดถุงลมโป่งพอง
  • โรคติดเชื้อได้แก่แบคทีเรีย, ไวรัส, และเชื้อรา
  • เริม และงูสวัด
  • ภาวะพื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด

ประโยชน์ของโอโซนบำบัด

  • กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพียงพอต่อการปกป้องร่างกาย
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการกัดกินเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาว จากระดับ interferon gamma ที่เพิ่มขึ้น 400-900%
  • กระตุ้นการหลั่ง interleukin จาก lymphocyte เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค
  • เพิ่มความยืดหยุ่นของเซลล์เม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง จึงทำให้เซลล์เม็ดเลือดสามารถเคลื่อนตัวผ่านไปยังหลอดเลือดฝอยเล็กๆ ได้เพิ่มขึ้น มีประโยชน์ในการรักษาแผลเรื้อรังจากเบาหวาน และแผลกดทับ
  • เพิ่มการผลิตพลังงานใน mitochondria ช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย และเพิ่มสมรรถภาพการออกกำลังกายในกลุ่มนักกีฬา
  • กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ได้แก่ superoxide dismutase,  catalase, และ glutathione peroxidase

..........................

..........................

หรือเชื้อราบางชนิดนอกจากนั้นยังช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดอีกด้วยโอโซนที่ใช้เป็นโอโซนเกรดการแพทย์ที่ถูกผลิตโดยเครื่องผลิตโอโซนหรือ Ozone generator รุ่น Hyper Medozon Comfort ซึ่งเป็นเครื่องผลิตโอโซนรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท Herrmann จากประเทศเยอรมันมีระบบความปลอดภัยสูงควบคุมการจ่ายโอโซนด้วยคอมพิวเตอร์อีกทั้งมีระบบป้องกันการปนเปื้อนจากเลือดที่นำมาผสมโอโซนรวมถึงมีระบบคัดกรองฟองอากาศในเลือดที่อาจมีอันตรายไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและได้มาตรฐานวิธีการรักษาคือการนำเลือดของผู้ป่วยออกมาประมาณ 150-200 มิลลิลิตรผสมกับโอโซนจาก Hyper Medozon comfort หลังจากผสมกับโอโซนแล้วจะพบว่าสีของเลือดจะแดงมากขึ้นทันทีโดยสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าจากนั้นจึงนำเลือดดังกล่าวที่ได้ผสมโอโซนแล้ว (Ozonated Blood) กลับเข้าไปให้ผู้ป่วยโดยระยะเวลาในการทำประมาณ 20-30 นาทีโดยสามารถให้ร่วมกับวิตามินทางหลอดเลือดเพื่อให้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้นตามความต้องการของแต่ละบุคคล

เวชกรรมฝังเข็มรักษาโรคได้อย่างไร?

การฝังเข็มเป็นการกระตุ้นตัวรับสัญญาณประสาทตามส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อออกฤทธิ์ปรับการทำงานของอวัยวะระบบต่างๆ ให้อยู่ในสมดุลตามปกติกระตุ้นการทำงานและการฟื้นตัวตัวของเซลล์ประสาท กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตช่วยผ่อนคลายและเสริมพละกำลังให้แก่กล้ามเนื้อลดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆรวมทั้งปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วยจึงทำให้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้​

IV Nutridrip​

CHELATION

การล้างสารพิษทางหลอดเลือดด้วยสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ EDTA ทำหน้าที่สำคัญในการจับสารพิษโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกินซึ่งสะสมตกค้างใน เนื้อเยื่อและพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือด แล้วขจัดออกผ่านระบบทางเดินปัสสาวะ

 

MEGA C

การให้วิตามินซีเข้มข้นควบคู่กับแร่ธาตุและวิตามินอื่นหลายชนิดทางหลอดเลือด จะช่วยให้เซลล์ได้รับสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระได้โดยตรง เพื่อหวังผลในการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพร่างกายอย่างรวดเร็ว นิยมให้กับผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยเฉพาะไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ และผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรงจากทำงานหนัก เครียด พักผ่อนน้อย หรืออยู่ในระยะพักฟื้นจากการเจ็บป่วย

 

 

MYER’S COCKTAIL

การให้สารอาหารทางหลอดเลือด ประกอบด้วยเกลือแร่ แมกนีเซียม วิตามินซี และวิตามินบีรวม ซึ่งมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างรวดเร็ว ลดการอักเสบ ช่วยบำรุงร่ายกายและระบบประสาท เหมาะสำหรับผู้ที่อ่อนเพลียจากการทำงานหนัก มีความเครียด พักผ่อนน้อย
 

HANGOVER DRIP

การให้สารน้ำควบคู่กับแร่ธาตุและวิตามินที่ช่วยคลายอาการเมาค้าง บรรเทาอาการคลื่นไส้ วิงเวียน ลดอาการขาดน้ำ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และทำให้รู้สึกสดชื่น พร้อมทำกิจวัตรประจำวันในรุ่งขึ้น

 

C.E.P ( Cellular Energy Produced )

การให้สารอาหารประเภทหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายวิตามิน ทำหน้าที่เป็น Coenzyme ช่วยในกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลและสารอาหารอื่นๆ ให้ เป็นพลังงาน จึงมีผลช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น มีส่วนสำคัญในการช่วยเผาผลาญอาหารโดยเฉพาะการเปลี่ยน Glucose เป็น พลังงาน


DETOX COCKTAIL

การให้สารน้ำทางหลอดเลือด ด้วยส่วนผสมทางชีวภาพทรงคุณค่าต่อผิวพรรณซึ่งคัดสรรมาเป็นอย่างดีถึง 30 ชนิด เช่นคอลลาเจนทะเล สารสกัดจากเปลือกสนลูกเกด น้ำมันเมล็ดสีดำ ไลโคปีน และกรดอัลฟาไลโปอิก จึงช่วยล้างสารพิษ บำรุงผิว แก้ปัญหาผิวร่วงโรย อ่อนล้า และปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น โดยตรงเข้าไปฟื้นฟูสภาพผิวในชั้นลึก

 

BRAIN RECOVERY

การให้สารน้ำทางหลอดเลือด ที่มีส่วนผสมของวิตามินและสารอาหารหลากหลายชนิด ที่มีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของสมองและฟื้นฟูระบบความทรงจำให้ดีอยู่เสมอ

 

LIPID THERAPY

การให้วิตามินทางหลอดเลือดที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของไมโตรคอนเดรีย ลดอาการเหนื่อยล้า ลดระดับไตรกลีเซอไรด์และไขมันไม่ดีในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด 

 

GUT RESTORE

การให้สารน้ำทางหลอดเลือด ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียความสมดุลการทำงานของระบบลำไส้ เช่น มีอาการท้องเสีย ท้องอืดเป็นประจำ รวมถึงซ่อมแซมผนังลำไส้ที่เสียหายให้กลับมาเป็นปกติและทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

PERFECT SLIM

การให้สารน้ำทางหลอดเลือด เพื่อให้ร่างกายสดชื่น ด้วยองค์ประกอบของวิตามินซีและวิตามิน บี คอมเพล็กซ์ พร้อม L-Carnitine ที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายเร่งดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงาน

กระตุ้นต่อมน้ำเหลือง ล้างสารพิษในร่างกาย

การนวดระบายน้ำเหลืองคือการนวดแบบไม่มีน้ำหนัก แต่นวดเป็นจังหวะและเน้นไปที่ระบบไหลเวียนของน้ำเหลืองเพื่อที่จะทำให้เกิดการล้างพิษโดยการกระตุ้น ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบไหลเวียนน้ำเหลืองและนอกจากนี้ยังช่วยคืนความสมดุลของของเหลวในร่างกาย กระชับกล้ามเนื้อ ผิวและสร้างความผ่อนคลายอีกด้วย​

Electro Lymphatic Drainage​

(Platelet Rich Plasma Therapy)​ การรักษาอาการปวดข้อด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรับการรักษาที่ได้ผลดี โดยไม่ต้องผ่าตัดช่วยในการรักษาอาการ

  • บาดเจ็บของเส้นเอ็นและไขข้ออักเสบ
  • อาการบาดเจ็บที่เข่า คอ หลังส่วนล่าง สะโพก ข้อศอก และข้อเล็กๆ
  • กล้ามเนื้อฉีกขาด ปวดเคล็ด อาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นและเอ็นยืด
  • ความผิดปกติของกระดูกสันหลังและไหล่
  • เอ็นข้อไหล่ฉีก เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ไหล่ติด
  • ความผิดปกติของกล้ามเนื้อและกระดูกอื่นๆ​

PRP

การรักษาโรคสมรรถภาพทางเพศชายเสื่อม ด้วยการใช้ Platelet Rich Plasma (PRP) คือการใช้เลือดของคนไข้มาผ่านกระบวนการแยกส่วนประกอบที่เรียกว่า Plasma ซึ่งจะประกอบไปด้วย Platelet (เกล็ดเลือด) และ Growth Factors ที่มีความเข้มข้นสูง มาฉีดที่อวัยวะเพศชาย เพื่อกระตุ้นหลอดเลือดบริเวณอวัยวะเพศ ใช้ควบคู่กับการฉีด MSC (Mesenchymal Stem Cell) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมมากขึ้น​

P-SHOT for Erectile Dysfunction​

การเตรียมตัวก่อนฉีด

1. งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 วัน
2. งดยาแก้อักเสบ 1-2 วัน
3. ควรแจ้งแพทย์ หากมีโรคประจำตัว​

ข้อควรปฎิบัติหลังฉีด

1. จะรู้สึกหน่วงบริเวณอวัยวะเพศ 2 วัน
2. งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 วัน
3. พักผ่อนเยอะๆ
4. สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังฉีด 2 วัน​

(External Counterpulsation) เครื่องเพิ่มสมรรถภาพหลอดเลือดและหัวใจ โดยการปั้มเลือด ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ การปั๊มจากภายนอกนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตผ่านหลอดเลือดแดงและดำ คล้ายกับการออกกำลังกาย ตัวเครื่องจะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดเปิดมากขึ้น เพื่อรับออกซิเจนและสารอาหาร ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ECP​

การอุดตันของการไหลเวียนโลหิตสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ได้แก่ โรคหัวใจ อาการเส้นโลหิต ในสมองแตก โรคเบาหวาน โรคสมองเสื่อม อาการอักเสบ ความเหนื่อยล้า อาการข้อต่ออักเสบ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น​​

อาคาร 253 อโศก ชั้น 20 ถนนสุขุมวิท 
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม 10110​

Copyright 2019 © HMC All Rights Reserved​

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

DESIGN by​

ติดต่อ:​

02-640-8090​