Omega Lipomic Panel Test 

LINE_ALBUM_Pro MAR_๒๒๐๒๒๘_8.jpg

การตรวจระดับกรดไขมันในเลือด

           การอักเสบเป็นที่รู้กันว่าเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรัง โดยพื้นฐานแล้วกระบวนการการอักเสบเป็นส่วนสำคัญต่อการทางานภายในร่างกาย ในการตอบสนองต่อภัยอันตราย เช่น เชื้อโรค สารพิษ หรือแม้กระทั่งอาหารที่ก่อผลเสียต่อสุขภาพ การอักเสบเป็นการตอบสนองในระยะสั้นที่จำเป็นในกระบวนการฟื้นฟูร่างกาย เนื้อเยื่อ และกระบวนการมีชีวิตรอด แต่ในทางตรงกันข้าม หากการอักเสบเกิดขึ้นเรื้อรัง ก็อาจเกิดผลระยะยาวต่อร่างกาย เกิดโรคอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคข้ออักเสบ โรคทางสมอง และความเสื่อมต่างๆ ภาวะเเหล่านี้มีล้วนความเกี่ยวข้องกับการอักเสบที่เกิดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

ปัจจัยหนึ่งที่สาคัญที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง คือวิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ความเครียด ขาดการออกกาลังกาย ประกอบกับการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพก็ส่งผลให้เกิดการอักเสบได้

เราต้องการให้การอักเสบของร่างกายอยู่ในระดับที่สมดุล ซึ่งการอักเสบนี้มีความสัมพันธ์กับระดับไขมันในร่างกาย สมดุลของระดับกรดไขมันดี เช่น โอเมก้า 3 และกรดไขมันไม่ดี เช่น โอเมก้า 6
มีผลต่อการอักเสบและสุขภาพร่างกาย

          กรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (PUFA) ที่จาเป็นต่อการทำงานของร่างกายในกระบวนการต่างๆ แต่มันก็มีผลตรงกันข้ามเมื่อพูดถึงการการอักเสบและสุขภาพหัวใจและ
หลอดเลือด ความไม่สมดุลของกรดไขมันทั้งสองกลุ่มนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ กรดไขมันโอเมก้า3 (EPA, DHA และ DPA) จาเป็นต่อการทางานในร่างกาย กรดไขมันกลุ่มนี้มีผลช่วยควบคุม และลดกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้น ในขณะที่กรดไขมันโอเมก้า 6 ก็มีความจาเป็นเนื่องจากเกี่ยวข้องกับกระบวนต่างๆในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ระดับกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มากเกินไปจะนาไปสู่ภาวะตอบสนองทางภูมิคุ้มกันและการตอบสนองต่อการอักเสบที่มากเกิดไป โรคเรื้อรังหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, มะเร็ง, เบาหวาน, โรคอ้วน,
โรคไขข้ออักเสบ, โรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด มีความเกี่ยวข้องกับกรดไขมันโอเมก้า 6 ที่มีในระดับสูง
ระดับกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เพียงพอช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ การตรวจสมดุลระดับกรดไขมันในเลือด
เป็นเครื่องมือที่ดีเพื่อใช้ร่วมกับการประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด และการตรวจอื่นๆ เช่น กระบวนการทดสอบการอักเสบของร่างกาย (hs-CRP), คอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด

ความสำคัญทางคลินิก

- กรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคข้ออักเสบ          ภูมิแพ้รูมาตอยด์ ภูมิแพ้หอบหืด ภาวะความเสื่อมตามอายุ และโรคมะเร็ง

- การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ และคอเรสเตอรอลไม่ดีในเลือด

- กรดไขมันโอเมก้า 6 ก่อให้เกิดการอักเสบในระดับสูง และการบริโภคในปริมาณสูงอาจรบกวนการดูดซึม
ของกรดไข  มันโอเมก้า 3 จากอาหาร

- ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนระหว่างโอเมก้า 6 ต่อ โอเมก้า 3 ของอาหาร
มาตรฐานอยู่ระหว่าง 10:1 - 15:1 ขึ้นอยู่กับพื้นที่

- อัตราส่วนของโอเมก้า 6 ต่อ โอเมก้า 3 ที่ 4:1 หรือน้อยกว่านี้อาจลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรังได้
 

 ( ก่อนตรวจ งดวิตามินกลุ่ม Fish oil และ Omega 24 ชม. และงดน้ำงดอาหาร 6-8 ชม. )