Natural Killer Cells Therapy

Natural Killer Cells Therapy หรือ NK Cells Therapy เป็นตัวหลักในการทำหน้าที่ในการกำจัดเซลล์มะเร็งและ เชื้อไวรัส    โดย   NK cells  มีกลไกการแยกแยะสิ่งแปลกปลอมที่ต่างจากเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นๆ ที่เรียกว่า Major Histocompatibility complex (MHC) และไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นจาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษามะเร็ง ( นอกจากวิธีการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด และอื่น ๆ ) ซึ่งหลักการของการรักษานี้นำเอาเทคโนโลยีการแพทย์ระดับเซลล์ เริ่มโดยนำเลือดผู้ป่วยออกมาแล้วแยกเซลล์ชนิด PBMC (การแยกเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์) นำมาเพาะเลี้ยงทางห้องปฏิบัติการ (โดยเพาะเลี้ยงนอกร่างกายผู้ป่วย) จนได้ปริมาณมากพอ จึงฉีดเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้กลับเข้าผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น คุณลักษณะพิเศษของการรักษาโดยใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ คือ ไม่เกิดพิษหรือผลเสียต่อผู้ป่วยเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น นอกจากนี้ยังใช้เซลล์ของผู้ป่วยเอง ( Autologous cells ) จึงมีผลข้างเคียงน้อย และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลซึ่งผู้ป่วยที่มีการรักษามะเร็งด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วใช้ร่วมกับเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น​​ โดยปกติร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันโรคที่จะตรวจจับและทำลายเชื้อโรคหรือไวรัส ที่เข้ามาทำลายเซลล์ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันโรคจะทำลายเชื้อที่บุกรุก แล้วขับออกจากร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์ภูมิคุ้มกันมีบทบาทสำคัญที่ทำหน้าที่นี้ เมื่อใดที่ระบบภูมิคุ้มกันโรคเสียสมดุล จะทำให้เชื้อโรคและเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นในร่างกาย การรักษาโดยใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันจึงเป็นการรักษาโดยกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อคืนความสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันโรคในการกำจัดหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

บทบาทหน้าที่ของ NK cell ต่อการทำลายเซลล์มะเร็ง​

  1. The Effect in Removing Cancer Cells that are Generated Every Day ร่างกายของเรามีเซลล์ที่แบ่งตัวผิดปกติเกิดขึ้นนับพันเซลล์ต่อวัน NK Cell มีหน้าที่ในการค้นหาและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านั้นก่อนที่จะมีโอกาสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนจนแสดงออกเป็นโรคมะเร็งในที่สุด

  2. The Effect in Preventing Recurrence and Metastasis of Cancer ในกรณีที่มะเร็งนั้นแม้จะรักษาหายแล้วแต่ในความเป็นจริงอาจจะยังมีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจำนวนเล็กน้อยเล็ดรอดอยู่และรอคอยโอกาสในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและกลับเป็นซ้ำในที่สุด NK Cell จะคอยตามหาเซลล์ดังกล่าวและทำลาย กล่าวคือ NK Cell มีบทบาทในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

  3. The Effect in Enhancing Immune Response to Cancer ในกลไกการทำลายเซลล์มะเร็งของระบบภูมิคุ้มกันนั้นต้องอาศัยการทำงานของร่วมกันของเซลล์เม็ดเลือดในระบบภูมิคุ้มกันหลายชนิดทั้ง Dendritic Cell และ Cytotoxic T Cell โดยพบว่า NK Cellจะช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ดังกล่าวโดยการหลั่งไซโตไคน์หลายชนิด ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งมากขึ้น

ปัจจุบันทางการแพทย์สามารถตรวจ NK Cell Count และ NK Activity ได้ เพื่อประเมินความสามารถในการทำลายเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็งของแต่ละบุคคลได้จากการเจาะเลือด ดังนั้นผู้ที่ควรได้รับประโยชน์จากการตรวจคือสำหรับผู้ที่ตรวจแล้วพบว่า มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติ ซึ่งนั้นหมายถึง กลุ่มคนที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้บ่อยขึ้น หายยากขึ้นร่วมทั้งมีความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นด้วย เราจึง แนะนำการตรวจ NK cell ในคนที่มีความเสี่ยงต่างๆ​

สมดุลระหว่างภูมิคุ้มกันโรคกับเซลล์มะเร็ง​

เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ขึ้น อาจส่งผลให้เซลล์นั้นกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โดยทั่วไปแล้วเซลล์ที่กลายพันธุ์จะถูกกำจัดโดยระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เซลล์มะเร็งเข้มแข็งกว่าเซลล์ทั่วไป เซลล์มะเร็งจะเจริญเติบโตและมีอิทธิพลเหนือเซลล์อื่น และไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน จึงเป็นปัจจัยต่อการพัฒนาของเซลล์มะเร็งอย่างรวดเร็ว เมื่อเซลล์มะเร็งถูกกำจัดออกโดยการผ่าตัดหรือการฉายรังสี โดยเฉพาะการฉายรังสี อาจมีผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันได้ ถึงแม้ว่าจะสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับฟื้นสภาพ อย่างไรก็ตามอาจเกิดการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำอีกเพราะเซลล์มะเร็งถูกกำจัดออกไปได้ไม่หมด​เคมีบำบัดสามารถลดความแข็งแรงของเซลล์มะเร็งได้ในระยะสั้น และเป็นการยากที่จะกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างถาวรด้วยวิธีนี้ นอกจากนี้เคมีบำบัดยังไปกดการทำงานของไขกระดูก ส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคโดยตรง ซึ่งทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อ แม้ว่าเคมีบำบัดจะลดขนาดมะเร็งแต่มันไม่สามารถเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรคเพื่อป้องกันการเกิดเป็นซ้ำได้ เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตจนมีขนาดใหญ่ได้เพราะเซลล์มะเร็งแข็งแรงกว่าระบบภูมิคุ้มกัน แม้ว่าวิธีใช้เซลล์ภูมิคุ้มกันสามารถหยุดยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง แต่มันไม่สามารถลดขนาดเซลล์มะเร็งได้ในระยะสั้นนอกจากต้องได้รับการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันซ้ำๆ​

การรักษาด้วย NK Cell หลังจากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดหรือทางเลือกอื่นจะทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การทำ NK Cell Therapy คือ กระบวนการคัดแยก NK Cell ออกจากเม็ดเลือดปกติ เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติมาตรฐานสากล โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 15-21 วัน จนได้ NK Cell ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับคนไข้ ก่อนจะนำมาฉีดกลับให้คนไข้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการปะทะกับเชื้อไวรัสแบบ 1 ต่อ 1 เพิ่มกำลังของหน่วยทหารให้พร้อมต่อสู้กับเชื้อไวรัสและสิ่งแปลกปลอมที่พยายามแทรกเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา  การทำ NK Cell Therapy ยังสามารถใช้ร่วมกับการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับอ่อน และมะเร็งปอด เพราะ NK Cell จะคอยทำหน้าที่ค้นหาเซลล์ที่มีหน้าตาผิดปกติและกำจัดซากเซลล์ที่ตายแล้วออกจากร่างกายทุกวัน จึงมีส่วนช่วยลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของโรคร่วมด้วยได้​

วิธีการเพิ่ม NK cells โดยการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ

  1. Pre-Screening : เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพื่อตรวจสอบระดับและประสิทธิภาพของ NK Cells ก่อนการรักษา

  2. Blood Drawing : การเจาะเลือดสำหรับใช้กระบวนการเพาะเลี้ยง NK cells

  3. NK Culture : แยกและเพาะเลี้ยง NK Cells เพื่อเพิ่มปริมาณและประสิทธิภาพการทำงาน

  4. NK Treatment : ให้ NK Cells กลับเข้าสู่ร่างกาย เพื่อใช้งานตามปกติ​