DNA Genetic Cancer Risk Test​

เทคโนโลยีขั้นสูงในการวิเคราะห์ถอดรหัสพันธุกรรม ที่เรียกว่า Advance next-gen sequencing (NGS)  ตรวจสอบผลโดยแพทย์ที่ผ่านการรับรองโดย American Board ตรวจเพียงครั้งเดียวโดยไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำ สามารถประเมินความเสี่ยงมะเร็งจากพันธุกรรมทั้งเนื้องอกและมะเร็งได้ถึง 25 ชนิด เพียงการเจาะเลือดเท่านั้น

dna-closely.jpg

หลายคนอาจสงสัยว่า การตรวจคัดกรองความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด
และเมื่อตรวจพบความเสี่ยงแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป 

เวชศาสตร์ชะลอวัยไม่ใช่แค่เรื่องความงาม

เมื่อพูดถึงเวชศาสตร์ชะลอวัย Anti-Aging Medicine คนส่วนใหญ่มักคิดไปถึงการดูแลผิวพรรณหรือความงามเพื่อให้ดูอ่อนวัย แต่ความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นก็คือ เวชศาสตร์ชะลอวัย เน้นการวิเคราะห์ร่างกายแบบเจาะลึกในเชิงป้องกันซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์แบบลงลึกถึงระดับเซลล์ เพื่อให้รู้ถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ และหาทางป้องกัน ฟื้นฟู ชะลอความเสื่อมของเซลล์หรือโรคที่อาจจะที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละบุคคลซึ่งแตกต่างกัน การป้องกันและรักษาจะเป็นการปรับสมดุลกลไกแบบองค์รวม การวางแผนการตรวจสุขภาพในจุดเสี่ยง
อันนำไปสู่เป้าหมายของการมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพชีวิต

การดูแลสุขภาพแบบปกติยังไม่เพียงพอ

หลายครั้งที่เราสงสัยว่าทำไมบางคนดูสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ทำงานหักโหม แต่สุดท้ายกลับพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง หลายรายล้มป่วยเฉียบพลัน เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งก็เป็นระยะสุดท้ายเสียแล้ว! นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ เวชศาสตร์ชะลอวัย จะเข้ามามีส่วนช่วยได้ เพราะการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองอาจจะยังไม่เพียงพอกับความเสื่อมของเซลล์และความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ

มะเร็งตายอันดับหนึ่งของโลก

โรคมะเร็งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรโลก ซึ่งนอกจากปัจจัยก่อมะเร็ง เช่น มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือได้รับสารรังสีแล้ว อีกสาเหตุสำคัญก็คือ ปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม ผู้ป่วยหลายรายที่ตรวจสุขภาพเป็นประจำ แต่กลับไม่ได้ช่วยให้ตรวจพบโรคมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะต้นๆ นั่นก็เพราะการตรวจสุขภาพแบบทั่วไป ได้รับการออกแบบมาสำหรับคนส่วนใหญ่แบบกว้างๆ ซึ่งอาจไม่เจาะลึกเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อการเกิดมะเร็ง เพราะการตรวจคัดกรองแบบตรวจสุขภาพ เช่น MAMMOGRAM, ตรวจภายใน, ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง เช่น tumor markers
จะพบว่าผิดปกติเมื่อเกิดโรคมะเร็งขึ้นแล้ว ปัจจัยทางพันธุกรรมจะทำให้คนๆ หนึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากกว่าคนทั่วไป เป็น 10 ถึง 100 เท่า ในปัจจุบัน เราสามารถตรวจความเสี่ยงนี้ได้ด้วยการตรวจยีนหรือการตรวจ DNA  เพื่อทราบว่าใครมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเกิดมะเร็งในอนาคต ทั้งมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งสำคัญอื่นๆ อีกหลายชนิด ก่อนที่จะเกิดโรคมะเร็งขึ้น

เมื่อทราบผลว่ามีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งจากการตรวจยีน แพทย์จะวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงลึกและเชิงรุก โดยระบุปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม อาหาร การใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดมะเร็งนั้นๆ และวางระบบการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต (total lifestyle modification) ทั้งการจัดอาหารที่ควรและไม่ควรรับประทาน การออกกำลังกายที่เหมาะสม วางแผนการตรวจเชิงลึกสำหรับมะเร็งตามผลตรวจทุก 6-12 เดือน ได้แก่ การส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร, การตรวจเอกซเรย์ CT scan หรือ MRI รวมตลอดจนการผ่าตัดเชิงป้องกัน ดังเช่น ตัวอย่างดาราฮอลลีวูดชื่อดัง คุณแองเจลิน่า โจลี่ ที่ทำการผ่าตัดเต้านมแบบสงวนเต้าหลังจากตรวจยีนแล้วพบความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงมากเมื่ออายุมากขึ้น นับเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งในการตรวจชะลอวัยเชิงลึกแบบครบวงจรในการป้องกันการเกิด
โรคแห่งความเสื่อมและมะเร็ง